บันทึกเรื่องราวของพระอาจารย์ยุทธนา ธีรธมฺโม และพ่อขาว วันชาติ ยิ้มมี ขณะธุดงค์มาอยู่ที่วัดป่าห้วยส้มสุก

          เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ พระอาจารย์ยุทธนาได้เดินทางมากับพ่อขาว วันชาติ  ยิ้มมี เมื่อมาถึงสำนักแห่งนี้ ก็เย็นมากแล้วที่พักมีจำกัด ได้พักกับพ่อขาวด้วยกัน ที่กุฏิหลังเก่าสภาพเต็มไปด้วยป่า-หญ้า-ต้นไม้ขึ้นรก สภาพอากาศเย็นมากในปีนั้น ความเป็นอยู่ลำบากมากตั้งแต่อาหารการกิน ที่อยู่อาศัยลำบากมากบิณฑบาตในหมู่บ้านมีชาวบ้านใส่บาตร ๓-๔ หลังเท่านั้น บางวันพระธุดงค์มาอยู่กันหลายรูปอาหารไม่พอที่จะฉัน ได้ฉันพอประมาณ พอที่จะมีกำลังประพฤติปฏิบัติกันอยู่กันมาหลายวันสภาพอากาศก็เย็นลงตลอด พระอาจารย์เจออากาศหนาวก็แทบทนไม่ไหวหายใจไม่ออกทุกข์ทรมานมาก ด้วยความหวังที่จะปฏิบัติให้ได้ก็ต้องอดทนอยู่ทุกเย็นพ่อขาวต้องออกไปหาของป่า เช่น กล้วยป่า ผักที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มาเตรียมไว้เพื่อทำถวายพระในตอนเช้าตามมีตามเกิดพออยู่ได้ไปวันๆสภาพบริเวณภายในสำนักแห่งนี้เงียบสงบมาก เหมาะที่จะอยู่ปฏิบัติธรรมถึงจะอยู่แสนลำบาก เสนาสนะก็มีจำนวนจำกัด มีศาลาเก่าๆหนึ่งหลัง กุฏิเก่า ๒ หลัง สภาพก็ทรุดโทรมลงมากตามกาล พระธุดงค์เดินทางมาก็ได้อาศัยปักกลดเอา พระอาจารย์มาอยู่ได้หลายเดือนผ่านไป ท่านก็รู้สึกว่าหมู่มารก็เริ่มมีมากขึ้นส่วนพ่อขาวอยู่ได้ระยะหนึ่งก็กลับออกไปทำธุระ ๑-๒ ปี และได้กลับมาใหม่ส่วนพระอาจารย์ก็ยังภาวนาอยู่

          เวลาผ่านไปหลายเดือนมีพระธุดงค์มาอยู่ ๑ องค์บ้าง ๒ องค์บ้าง บางครั้งก็มีพระธุดงค์มาอยู่หลายรูป พระธุดงค์มาภาวนาได้ ๔ - ๕ วัน ท่านก็เดินทางต่อก็เพราะกลัวลำบากความเป็นอยู่อาหารที่ขบฉันก็ไม่สมบูรณ์ ทุกอย่างขาดแคลน ส่วนพระอาจารย์ก็ยังพอทนได้ ส่วนคนในหมู่บ้านก็เริ่มมีปัญหากับทางวัด ได้ว่ากล่าวสารพัดเพื่อที่จะไม่ให้พระอยู่กันได้ หลังจากนั้น ๒ ปี พ่อขาวก็ได้กลับมาอยู่อีก ทำหน้าที่หาอาหารป่าถวายพระอยู่ด้วยกัน ๒ คน คนในหมู่บ้านก็ว่ากล่าวหาเรื่องสารพัดพูดใส่ร้ายต่างๆ นาๆ อาตมากับพ่อขาวก็เกิดความท้อแท้ขึ้นมาว่าจะทนอยู่ไปทำไม

          บางวันพระอาจารย์ไปบิณฑบาต ก็ยังถูกว่ากล่าวต่อหน้าและรู้สึกว่าเริ่มจะรุนแรงขึ้นทุกๆ วัน แต่ก็ยังสู้ได้ ได้มาปรึกษากันกับพ่อขาว พระอาจารย์กับพ่อขาวจะสู้เพื่อธรรมอย่างเดียว ถึงจะมีหมู่มารมากก็จะสู้ เพื่อที่จะสร้างสำนักแห่งนี้ให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมให้ได้ พระอาจารย์คิดอยู่เสมอว่าไปอยู่ที่ไหนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็ต้องมีความอดทน การถูกว่ากล่าวก็ยังไม่จบ ๑ ปีก็แล้ว ๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙ ปี ก็ยังถูกว่ากล่าวแทบทุกวัน ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นนั้น บางครั้งก็น้อย บางครั้งก็มาก หนักมากเกินกว่าที่จะบรรยายในที่นี้ได้  แต่มีตลอดปี พ่อขาวก็ได้พูดกับมารว่าเราจะอยู่เพื่อหมู่มาร เราจะสู้ เราจะสร้างสำนักแห่งนี้ให้เป็นที่ปฏิบัติธรรม เราจะเผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนาให้ได้ เราจะอยู่เพื่อธรรม

          สิบหกปีให้หลังการอยู่สร้างเสนาสนะ ก็เจริญขึ้นตามลำดับ ทุกอย่างเจริญเพื่อธรรม ความเป็นอยู่ก็เพื่อธรรม ทนต่ออุปสรรคต่อหมุ่มารก็เพื่อธรรม ทุกวันนี้หมู่มารทั้งหลายทั้งปวงได้พ่ายแพ้ต่อธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ อุปสรรคที่เกิดขึ้นกับพระอาจารย์และพ่อขาว สอนให้ท่านทั้งสองมีความอดทนต่อคำว่ากล่าว นินทา ตำหนิ ติเตียน ทั้งคนนอกคนใน คนนอกก็คือ คนนอกศาสนา คนในก็คือ คนในหมู่บ้าน ข้าราชการเจ้าหน้าที่ก็ได้มาพบมาเยือนในสำนักแห่งนี้ และเจ้าหน้าที่ราชการก็กล่าวหาว่าทางสำนักแห่งนี้บุกรุกทำลายป่าสารพัด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น จิตของพระอาจารย์รู้สึกเหมือนกับว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านถือว่ามารเหล่านี้ มีกรรมต่อกันและกัน ก็เท่ากับเสริมบารมีให้กับท่านด้วย ความลำบากตั้งแต่เริ่มตั้งสำนักแห่งนี้ หนักหนาพอควร มาทุกวันนี้พระอาจารย์รู้สึกว่าแจ่มแจ้งในทุกสิ่งทุกอย่าง ในคำสอนของครูบาอาจารย์ ในพระธรรมคำสอนของหลักพระพุทธศาสนา ที่ผ่านมามีทั้งทุกข์ ทั้งสุข ทั้งเจ็บปวดทรมาน ทั้งท้อแท้ต่อความเป็นอยู่ อาหารและเครื่องนุ่มห่ม ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อำนวยความสะดวก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดความสะดวกทุกอย่างทางจิตใจ ก็คือ สถานที่แห่งนี้มีความสงบ สงัด สะอาด สว่าง เป็นสิ่งที่สอนจิตใจให้ทนอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้