การปฏิบัติธรรมของพ่อขาว วันชาติ ยิ้มมี ที่วัดป่าห้วยส้มสุก

         สืบเนื่องมาจากพระอาจารย์กับพ่อขาววันชาติได้เดินธุดงค์ จนวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ ได้มาพักปฏิบัติธรรม (ตามนิมิต) ที่สำนักวัดป่าห้วยส้มสุก ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากพอสมควร แต่ด้วยจิตที่มุ่งมั่น ไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคที่มีมากประมาณไม่ได้ แต่ด้วยความอดทนต่ออุปสรรค ก็สามารถปฏิบัติธรรมผ่านพ้นไปได้ พระอาจารย์และพ่อขาวพยายามมุ่งปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพ่อแม่ ครูอาจารย์ ถึงจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน ก็จะเอาธรรมของพระพุทธองค์เป็นที่ตั้ง

          ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๔๗ พ่อขาวก็ได้ประสบอุบัติเหตุ คือตกบ่อน้ำที่กำลังขุดอยู่ภายในบริเวณวัด ต่อมาเริ่มมีอาการปวดที่หัวเข่าด้านซ้าย โดยปวดมาตลอด ในปี พ.ศ.๒๕๔๙ ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลก็พบว่าเป็น “มะเร็งกระดูก”  จึงต้องตัดกระดูกหัวเข่าทิ้ง พ่อขาวจึงต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่หลายเดือน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น กระทั่งหมอพิจารณาว่าต้องตัดขาด้านซ้ายทิ้งโดยให้พ่อขาวกลับมาพักที่วัดก่อนสัก ๒ วัน แล้วค่อยกลับไปที่โรงพยาบาล

          ๑ เมษายน ๒๕๕๐ ที่วัดมีงานทอดผ้าป่า พระอาจารย์ได้นิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์มาเป็นประธาน เมื่อเสร็จพิธีก่อนจะกลับ ได้นิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์ ไปดูอาการของพ่อขาววันชาติ และท่านเมตตาบอกว่า “ไม่ต้องไปโรงพยาบาล ให้ปฏิบัติธรรมโดยพิจารณาร่างกาย ให้เพ่งอสุภะ ปลงอสุภะ" พ่อขาวได้น้อมรับคำสอนมาประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด อยู่ในศีลวินัยข้อวัตร หลังจากนั้นพ่อขาวพบความเจ็บปวดทุกข์ทรมานตลอดเวลาหนักบ้างเบาบ้าง

          พ.ศ. ๒๕๕๒ พ่อขาวได้อธิฐานจิต งดรับประทานยาทุกชนิด เน้นการปฏิบัติธรรมมากขึ้น รักษาศีล ๘ ทานอาหารมื้อเดียวในช่วงเข้าพรรษา พ่อขาวมีอาการเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย ได้อธิฐานจิตมอบร่างกายถวายชีวิตนี้ให้กับพระรัตนตรัย ด้วยความอดทนจนถึงที่สุด พ่อขาวได้พบแสงสว่างจากธรรมะของพระพุทธองค์ อาการทางร่างกายก็ดีขึ้น  ความเจ็บปวดได้ลดลง การปฏิบัติธรรมของพ่อขาวดำเนินไปด้วยความเคร่งครัด บางวันพ่อขาวนั่งสมาธินานถึง ๕ ชั่วโมง จนได้พบสิ่งอัศจรรย์ในคำสอนของพระพุทธองค์ พบธรรมโอสถที่รักษาโรคต่างๆ ได้โดยไม่สงสัยอีกต่อไปเป็นคำสอนที่สว่างจริง เชื้อมะเร็งในตัวพ่อขาวยังคงมีอยู่จนกระทั่งเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ ก็ได้ลุกลามไปทั่วร่างกายมีอาการเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม

          ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ พ่อขาวได้รับความเมตตาจากพ่อแม่ครูอาจารย์ มาเยี่ยมถามอาการและให้กำลังใจ “พ่อขาวเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่รุนแรงแต่โชคดีที่พ่อขาวได้ธรรมะของพระพุทธองค์มารักษา” นับเป็นความห่วงใยความเมตตาของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์ที่กำลังเจ็บปวดจากโรคภัย

          ต่อมาวันวิสาขบูชา ตรงกับวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ มะเร็งของพ่อขาวได้แล่นขึ้นสู่สมอง จนพ่อขาวสลบไป ครูบาเอ๋ ได้มาตามพระอาจารย์ และญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรมกันอยู่ที่ศาลา จึงได้พากันขึ้นไปที่กุฏิพ่อขาว ช่วยกันบีบนวดประมาณครึ่งชั่วโมง พ่อขาวก็ฟื้นขึ้นมา ซึ่งถ้าวันไหนที่มะเร็งลุกลามขึ้นสมอง พ่อขาวจะมีอาการเจ็บปวดมาก ซึ่งหาใครที่จะอดทนอย่างพ่อขาวได้ยาก แต่ทุกครั้งพ่อขาวจะเอาธรรมคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์น้อมมาอยู่ในดวงจิตตลอดเวลา

            ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พ่อขาวเดินจงกรมประมาณ ๓ ชั่วโมงครึ่ง รู้สึกว่ามะเร็งได้ขับออกมาทางเท้า ทางผิวหนังและ ทางอุจจาระ พ่อขาวมีความรู้สึกเบาเนื้อเบาตัว เดินไปเดินมา ก็เบาไปหมด พระอาจารย์คิดว่ามะเร็งในตัวพ่อขาวน่าจะทุเลาเบาบาง หรือหายไปจากร่างกายของพ่อขาว ซึ่งพระอาจารย์ก็ได้ให้กำลังใจ และแลเห็นถึงความอดทนของพ่อขาวต่อโรคมะเร็ง

        

           จากประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้สัมผัสมากับตัวของพ่อขาว ทำให้พระอาจารย์เชื่อในคำสอน และธรรมโอสถสามารถรักษาโรคภัยต่างๆ ให้หายได้แต่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต้องอยู่ในศีลวินัยข้อวัตรของพระพุทธองค์ ไม่ขาดตกบกพร่อง ต้องยอมสละชีวิตให้กับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็จะได้พบกับสิ่งอัศจรรย์คำสอนของพระพุทธองค์เป็นคำสอนที่ทำให้โลกสว่างเห็นจริงทุกวันนี้พ่อขาวก็ได้พบเห็นแล้วซึ่งคำสอนที่ลึกซึ้งไม่ว่าโรคร้ายแรงขนาดไหนไม่ว่าจะเป็นเพศใด พระแม่ชี พ่อขาว แม่ขาว ฆราวาส จะศีล ๕  ศีล ๘  หรือศีล ๒๒๗ ทุกๆคนมีโอกาสได้ดื่มรสพระธรรม คือธรรมโอสถ อันเป็นยาขนานเอกของโลกที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ถ้าทุกคนนำไปประพฤติปฎิบัติกันจริงๆ